ฝ่ายค้านสับ”ธรรมนัส”ได้โควต้าหวยงวดละ 80 ล้านฉบับฟันกว่า 300 ล.ต่องวด

ฝ่ายค้านถล่มต่อเนื่องอัดนายกฯตั้งคนถูกถอดยศหนีราชการมาเป็นรมต. ระบุ”ธรรมนัส”ได้ประโยชน์จากโควต้าสลากฯอื้องวดละ 80 ล้านฉบับฟันกว่า 300 ล้านต่องวด

ฝ่ายค้านถล่มต่อเนื่องอัดนายกฯตั้งคนถูกถอดยศหนีราชการมาเป็นรมต. ระบุ”ธรรมนัส”ได้ประโยชน์จากโควต้าสลากฯอื้องวดละ 80 ล้านฉบับฟันกว่า 300 ล้านต่องวด
เมื่อวันที่ 26 ก.พ.นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตนไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมให้บริหารประเทศต่อไป เพราะนอกจากจะมีการแทรกแซงสื่อสารมวลชน วิทยุชุมชน จนปิดตัวไปรายหลายแห่งแล้ว กรณีที่แต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ ทั้งที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสม และขัดต่อการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ มีทั้งกรณีถูกถอดยศ จาก ร.ท.เพราะหนีราชการ มีพฤติกรรมแจ้งรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีรายได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เดือนละ 3 ล้านบาททั้งที่ข้อเท็จจริงค้นคว้า พบว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่มีโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการกองสลากฯ ปี 2558 เพื่อแก้ปัญหาสลากฯ ขายเกินราคา โดยตรงผ่านธนาคารกรุงไทย ทำให้บริษัทที่มี ร.อ.ธรรมนัส เป็นหุ้นส่วน รับโควตาสลาก ถูกริบโควตา ดังนั้น ร.อ.ธรรมนัส ไม่ควรมีรายได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่า ร.อ.ธรรมนัส แจ้งบัญชีทรัพย์สินที่เป็นเท็จ

นายนิคม อภิปรายว่า รายได้ที่ ร.อ.ธรรมนัส แจ้งต่อ ป.ป.ช.เดือนละ 3 ล้านบาทเชื่อว่าข้อเท็จจริงมีรายได้สูงกว่านั้น จากการตรวจสอบพบว่าราคาต้นทุนของสลากฯ ต่อใบอยู่ที่ 75 บาท ส่วนผู้ค้าจะได้กำไรใบละ 5 บาท ขณะที่นายทุนที่ค้าสลาก เชื่อว่า จะมีกำไรใบละ 25 บาท

“เคยถามหากอยากได้จะทำอย่างไร เขาตอบว่าให้ไปถามบิ๊กป้อม ยุคนี้พิมพ์จำนวนสลากต่องวดละ 100 ล้านฉบับ จากเดิมพิมพ์ 60 ล้านฉบับ การพิมพ์สลากเพิ่มที่เกิดขึ้นเขาเล่าว่า จัดสรรให้ ร.อ.ธรรมนัส ดูแลจำนวน 80 ล้านฉบับ ผมเชื่อว่าหากนำไปขายจะทำให้กำไรกว่า 300 ล้านบาท และนำเงินที่ได้ดูแลคนตรงนี้ ส่วนเรื่องนี้จะจริงหรือไม่จริงต้องชี้แจงมา” นายนิคม กล่าว

คอหวยรวมตัวขอโชค “ปู่คำย่าทรัพย์” หลังได้ “เลขเด็ด” ถูกงวดที่แล้ว

คอหวยรวมตัวขอโชค “ปู่คำย่าทรัพย์” ไม้ตะเคียน 2 ท่อน หลังได้ “เลขเด็ด” ถูกงวดที่แล้ว รอบนี้ไม่พลาด 2 ตัว 3 ตัวไปเสี่ยงโชค

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 63 ชาวบ้านโนนกอก หมู่ที่ 18 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้ร่วมมือร่วมใจกันสร้างวัดใหม่ได้ขุดดินที่บริเวณเกาะกลางลำห้วยเชียงรวงอยู่ห่างบริเวณจะสร้างวัดประมาณ 500 เมตร ในวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ในขณะที่กำลังขุดดินลึกลงไป 3 เมตร ก็พบท่อนไม้ขนาดใหญ่จำนวน 2 ท่อน

ในเวลาต่อมาจึงได้นำมาเก็บไว้ในบริเวณกำลังสร้างวัด หลังจากนำขึ้นมาแล้วก็มีการทำพิธีจากร่างทรงหลายสำนัก และได้ตั้งชื่อไม้ตะเคียนจำนวน 2 ท่อน ท่อนที่ 1 ตั้งชื่อว่า ปู่คำ ความยาว 7.94 เมตร เส้นรอบวงได้ 2.37 เมตร ส่วนท่อนที่สอง ตั้งชื่อว่า ย่าทรัพย์ วัดความยาวได้ 6.30 เมตร เส้นรอบวงได้ 1.82 เมตร งวดที่ผ่านทำเอาคอหวยโชคดีไปหลายคน

เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไป คอหวยได้ทราบข่าวก็ทยอยกันมากราบไหว้ขอโชคลาภกันตามความเชื่อและศรัทธา ได้มาจุดธูปจุดเทียนและขอโชคลาภจากปู่คำ และย่าทรัพย์ จนเห็น “เลขเด็ด” 058 และเลขเด็ด 2 ตัวเจอ 15 ส่วนจะโชคดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับดวงคอหวยยังบอกว่าหากเป็นไปตามมองเห็นจะกลับมาทำบุญช่วยสร้างวัด

นายชัยพงษ์ บริวาร บอกว่า ชาวบ้านโนนกอก ยังไม่มีวัด ชาวบ้านจึงได้ประชุมกันตกลงว่าจะสร้างวัดเป็นของหมู่บ้านตัวเอง หลังจากนั้นก็หาที่ดินตกลงซื้อที่ดินจำนวน 6 ไร่ ในราคา 3 ล้านบาท และได้มัดจำไว้เพียงสามแสนบาท เจ้าของบ้านก็ใจดีมากให้ลงมือสร้างวัดได้เลย

ในขณะที่กำลังก่อสร้าง จึงเป็นเหตุให้มีการขุดพบไม้ตะเคียนยักษ์จากเกาะกลางลำห้วยชาวบ้านเชื่อว่าเป็นสิริมงคลที่ดี การก่อสร้างวัดต้องสำเร็จตามบุญบารมีของปู่คำและย่าทรัพย์ พร้อมด้วยชาวบ้านและผู้มีใจเป็นกุศลร่วมบริจาคสร้างวัดให้กับชาวบ้านโนนกอก

ชาวบ้านเฮลั่น! เลขโผล่ 2 ชุด หลังทาแป้งฐานพระสีวลี มีคนเคยได้โชค 4 งวด

ชาวบ้านแห่ทาแป้งฐานพระสีวลี หลังมีคนได้โชคลาภมาแล้ว 4 งวด แต่เห็นเลขแล้วห้ามบอกใคร แถมบางรายต้องแอบมาตอนพระไม่อยู่ หลังถูกเตือนอย่างมงายและยึดติด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (22ก.พ.) ที่สำนักสงฆ์สันป่าตึง เลขที่ 186 หมู่ที่ 8 ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ชาวบ้านหลายรายพากันมาขอโชคลาภกับพระสีวลีซึ่งตั้งประดิษฐานอยู่บริเวณลานสำนักสงฆ์ดังกล่าว หลังมีชาวบ้านในพื้นที่ได้มาจุดธูปเทียนเพื่อขอโชคลาภพร้อมนำแป้งมาทาที่ฐานของพระสีวลี จนถูกเลขท้ายสองตัวมาถึง 4 งวด

โดยในวันนี้ชาวบ้านได้นำแป้งมาทาที่ฐานพระสีวลีตามเคย และปรากฏตัวเลขออกมา 2 ชุด คือเลข 07 กับเลข 8 ทำให้หลายรายส่งเสียงฮือฮาด้วยความดีใจ โดยตัวเลขที่ปรากฏขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละราย บางรายก็ไม่เห็น บางรายก็เห็นเป็นเลขอื่น และหากลูบไปเรื่อยๆ ตัวเลขก็จะเลือนหายไป โดยชาวบ้านบอกว่าเป็นดวงของแต่ละคนจะเห็นตัวเลขหรือไม่

จากการสอบถาม นางทิม อายุ 58 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่าตนเองเป็นคนชอบเสี่ยงโชค จึงมาขอพรจากพระสีวลี เพื่อขอโชคขอลาภ จึงนำแป้งมาทาที่ฐานของพระสีวลี จนปรากฏเลขขึ้นมา ตนเองถูกเลขท้ายสองตัวมาแล้วถึง 4 ครั้ง แต่ก็ถูกครั้งละไม่กี่บาท

ชาวบ้านจึงถามว่านำเลขมาจากไหนจึงบอกว่าเอาแป้งมาทาที่ฐานพระสีวลี ทำให้เมื่อใกล้หวยออกจึงมีคนนำแป้งมาทาที่ฐานพระ บางคนก็ถูก บางคนก็ไม่ถูก แล้วแต่ดวงของแต่คนว่าจะมองเห็นเป็นเลขอะไร เพราะหากเห็นแล้วทุกคนจะไม่บอกใคร

ทั้งนี้ ถือว่าเป็นเรื่องความเชื่อของแต่ละบุคคล เพราะถ้าพระท่านอยู่ ท่านก็จะบอกว่าอย่างมงายและอย่ายึดติดอะไรมากนัก ทำให้ชาวบ้านบางรายต้องแอบเอาแป้งมาทาตอนที่พระไม่อยู่

โอนเงินแล้วไม่ได้ “ลอตเตอรี่” แม่ค้าหวยแจ้งเอาผิดสาววัย 33 เสียหาย 25 ล้าน

วันที่ 20 ก.พ.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่ค้าลอตเตอรี่ อ.หนองหิน จ.เลย จำนวนกว่า 50 คน เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ทองสา ก้องชาติ สว. (สอบสวน) สภ.หนองหิน จ.เลย ให้ดำเนินคดีกับนางสาวศิรินทิพย์ อายุ 33 ปี หลอกชาวบ้านขายลอตเตอรี่ราคาถูก

สุดท้ายสูญเงินไป 8 ล้านบาท และยังมีผู้เสียหายในอำเภอวังสะพุง อ.ผาขาว อ.เอราวัณ อีกกว่า 15 ล้านบาท รวมแล้ว 25 ล้านบาท

นายนิวัฒน์ โพธิ์บุญมา อายุ 35 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเองได้ซื้อขายลอตเตอรี่กับ นางสาวศิรินทิพย์ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 ราคาใบละ 72-77 บาท แล้วแต่ละงวด และราคาลอตเตอรี่ถูกกว่าตามท้องตลาด จนมาถึงงวดวันที่ 16 ก.พ.63 ตนเองลงทุนไป 740,000 บาท ปรากฏว่าไม่ได้ลอตเตอรี่ จึงได้ทวงถามไป อ้างว่าลอตเตอรี่ตกเครื่องมาไม่ทัน และบ่ายเบี่ยงมาตลอด และไม่ยอมรับสาย จึงรู้ว่าถูกหลอก

และมีคนอื่นถูกหลอกในลักษณะเดียวกันกว่า 50 คน สูญเงินไปกว่า 8 ล้านบาท และมีที่ อ.วังสะพุง อีก 8 ล้านบาท และ อ.ผาขาว อ.เอราวัณ รวมแล้ว 25 ล้านบาท จึงรวมตัวเข้าแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
พ.ต.ท.ทองสา ก้องชาติ พงส.เจ้าของคดี เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวเมื่อวานที่ผ่านมา และมีการสอบปากคำยังไม่แล้วเสร็จ โดยแจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน และสามารถส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดเลยได้ภายใน 1-2 วันนี้ ส่วนสาเหตุมาจากที่ผู้ต้องหาซื้อลอตเตอรี่กับยี่ปั๊วเป็นเครดิตมาตลอด จนกระทั่งงวดที่ผ่านมายี่ปั๊วงดให้เครดิต ทำให้เงินสะดุดไม่มีเงินมาคืนให้ผู้เสียหาย และรับสารภาพดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ประกาศตามหาตัว! แม่ค้าทำหวยตกในร้าน หยิบมาตรวจดู-พบถูกรางวัล

แม่ค้าทำหวย / จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Poo Ratanaporn Aiemtago โพสต์ตามหาแม่ค้าหวย ที่ทำลอตเตอรี่ตกในร้านแล้วเมื่อหวยออก นำมาตรวจพบว่าถูกรางวัลถึง 3 ใบ

สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังร้านส้มตำชื่อ ร้านเจ๊อ๋อยส้มตำยำปู ตั้งอยู่ริมถนนท่านาหมู่ 2 ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เมื่อไปถึงพบร้านตั้งอยู่ริมถนน ก่อนเจอน.ส.รตนพร เอี่ยมตะโก อายุ 43 ปี เจ้าของร้านที่โชว์สลากกินแบ่งรัฐบาลให้ดูมี 3 ใบ ฉบับที่ 1 หมายเลข 1 9 6 2 9 4 และอีก 2 ฉบับคือหมายเลข 2 3 2 4 9 4 เป็นเลขที่ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 ก.พ.2563

น.ส.รตนพร เปิดเผยว่า ในช่วงเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ก.พ. ขณะนั้นมีลูกค้าเข้ามานั่งรับประทานอาหารในร้านตามปกติ จังหวะเดียวกันแม่ค้าขายหวยเดินถือแผงเข้ามาภายในร้าน และเปิดแผงให้ลูกค้าดู เมื่อดูเสร็จแล้วแม่ค้าคนดังกล่าวได้ปิดแผงแล้วเดินไปยังโต๊ะอื่น จังหวะนั้นทำให้มีสลากกินแบ่งรัฐบาลปลิวลงมาที่พื้น 3 ใบ ทางร้านสามารถเก็บไว้ได้ และรอให้เจ้าของมาติดต่อขอคืน

น.ส.รตนพร กล่าวอีกว่า จนกระทั่งไม่กี่ชั่วโมงก่อนหวยจะออกในวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา แม่ค้าก็ยังไม่มาตามหา และไม่มีใครมาติดต่อขอคืน ตนจึงหวังโชคเล็กๆนำเลขท้าย 2 ตัว เลข 94 ที่เก็บได้ นำไปซื้อหวย

ปรากฏว่าเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ หมายเลขดังกล่าวเป็นรางวัลเลขท้าย 2 ตัวที่ถูกรางวัล ทำให้ได้รับโชคและได้รับเงินอีกหลายหมื่นบาท ส่วนหวย 3 ใบที่แม่ค้าทำหล่นไว้ ต้องการคืนให้เจ้าของ เพราะมีความเชื่อว่าทำดีต้องได้ดี เทวดาคุ้มครอง

น.ส.รตนพร ยังฝากอีกว่า สำหรับร้านเจ๊อ๋อยส้มตำยำปูในตำนานนี้ ตั้งอยู่ใกล้กับตีนสะพานลอยแยกท่านา ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เปิดตั้งแต่ 10.00 น. หากลูกค้าท่านใดลืม สิ่งของไว้ไม่ต้องกลัว ได้คืนทุกคน และคอยสอนพนักงานในร้านเสมอให้มีจรรยาบรรณในการเป็นผู้ประกอบการ หากเราเจอสิ่งของของลูกค้า ตกหล่น ลืมไว้ สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ของเรา เราจะไม่นำเก็บไว้ที่ตัวและรอจนกระทั่งเจ้าของมาตามหาคืน หรือลืมสิ่งของไว้ไม่ต้องกลัวว่าจะหายเรา ยืนยันว่าได้คืนแน่นอน

รางวัลที่ 1 อยู่โคราช! แม่ค้าร้านของชำบัวใหญ่ ดวงเฮง ญาติแห่มายินดีแน่นบ้าน

แม่ค้าร้านของชำบัวใหญ่ ดวงเฮง ญาติแห่มายินดีแน่นบ้าน

แม่ค้าร้านขายของชำรายหนึ่งใน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา โห่ร้องลั่นหมู่บ้านทำเอาเพื่อนบ้านใกล้เคียงแตกตื่น นึกว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้น แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลที่แม่ค้ารายนี้ถือ อยู่มีหมายเลขตรงกันกับผลรางวัลที่ 1 ทำเอาชาวบ้านต่างเข้ามาร่วมแสดงยินดีกันเป็นจำนวนมาก

หญิงคนดังกล่าวคือ นางสุวรรณ สินเธาว์ ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 หมายเลข 781403 รับทรัพย์ไป 6 ล้านบาทในวันนี้ (16 ก.พ.)

นางสุวรรณเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนซื้อลอตเตอรี่มาจากแผงบริเวณทางเข้าห้างโลตัสสาขา อ.บัวใหญ่ โดยซื้อตัวเลขตามหมายเลขทะเบียนรถคันเก่าที่ของตัวเองที่ฝันถึง แต่ก็หาแล้วไม่มี จึงซื้อเลขหน้าแทน

แม่ค้าร้านของชำร้านนี้ เล่าต่อไปว่า ตอนแรกหวังแค่ถูกรางวัลเลขหน้าสามตัว เนื่องจากงวดที่ผ่านมาเคยถูกรางวัลเลขหน้าสามตัวมาแล้ว 2 ใบ แต่เมื่อถึงเวลาประกาศผลก็พบว่าลอตเตอรี่ที่ตนเองซื้อไว้ตรงกับรางวัลที่ 1 ทำให้ทำอะไรไม่ถูกสั่นไปหมดทั้งตัวได้แต่นั่งร้องไห้ด้วยความดีใจ

นางสุวรรณ บอกอีกว่า หลังจากขึ้นเงินรางวัลแล้ว จะนำเงินไปใช้จ่ายชำระหนี้สินของทั้งตัวเองและญาติ แล้วจึงจะตระเวนทำบุญ รวมทั้งใช้ในการต่อเติมบ้านและร้านค้าให้มีสภาพดียิ่งขึ้น

หลังจากชาวบ้านและญาติทราบข่าวการถูกรางวัลที่ 1 ครั้งนี้ ก็ได้เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกันแน่นบ้าน โดยวันนี้ถือเป็นวันพิเศษเจ้าของร้านใจดีเลี้ยงเต็มที่กินฟรีไม่อั้น

คอหวยท่องมนตร์พนมมือ ขอ “เลขเด็ด” เจ้าแม่ตะเคียนทองที่หนองเล็งทราย

คอหวยเมืองพะเยาท่องมนตร์ พนมมือ ขอ “เลขเด็ด” เจ้าแม่ตะเคียนทองที่หนองเล็งทราย ตั้งใจหากสมหวังจะนำของผ้า 7 สี ขนมคาวหวานมาบูชา

 

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 63 ที่ศาลาบริเวณหนองเล็งทราย ต.บ้านเหล่า อ.แม่ใจ จ.พะเยา ซึ่งเป็นที่รวบรวม ไม้ท่อนตะเคียนทอง ที่ชาวบ้านช่วยกันนำไม้ตะเคียนที่จมอยู่ในน้ำหนองเล็งทรายขึ้นนำมาเก็บไว้ โดยที่ผ่านมา ไม้ตะเคียนทองได้ให้โชคลาภแก่ชาวบ้านที่มาขอโชค

โดยบรรดาคอหวย ก็ต่างสมดังความมุ่งมาดปรารถนา พร้อมกับได้ทำการสร้างศาลา นำไม้ตะเคียนทอง ซึ่งมีทั้งขนาดตั้งแต่ 3-10 เมตร ทั้งท่อนเล็กและขนาดใหญ่ กว่า 10 ท่อน นำมารวบรวมเก็บไว้ในที่เดียวกัน สังเกตว่าไม้ท่อนตะเคียนทองได้มีรอยแป้งฝุ่นที่ผู้คนนำมาใช้โรยลูบถู ท่อนไม้ตะเคียนทอง และมีผ้า 7 สีผูกมัด

สำหรับบรรยากาศก่อนวันที่ 16 ก.พ. 63 ซึ่งเป็นวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาลก็ได้มีชาวบ้านเข้ามากราบไหว้ขอโชคลาภ บางคนก็ใช้โทรศัพท์มือถือถ่าย บางคนก็ลูบๆ บางคนก็จ้องมอง บางคนก็เอาลอตเตอรี่ที่ซื้อมา ยื่นให้เจ้าแม่ตะเคียนทองช่วยประทานบันดาลโชคให้ถูกรางวัล หากถูกรางวัลใหญ่แล้วจะนำผ้า 7 สี ขนมคาวหวาน นำมาถวายเซ่นไหว้ โดย “เลขเด็ด” งวดนี้ที่เห็นคือ 459

แห่ขอโชคลาภ “จอมปลวกปู่ราชสีห์” ไม่พลาดได้ “เลขเด็ด” ไปเสี่ยงโชค

ชาวบ้านร่วมทำพิธีบวงสรวง “จอมปลวกปู่ราชสีห์” เพื่ออธิษฐานขอความเป็นสิริมงคล ไม่พลาดได้ “เลขเด็ด” ไปเสี่ยงโชค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เขตโนนบ้านเก่า หมู่ 4 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ชาวบ้านกว่า 10 คน นำโดย นายบุญน้อม ภูนาโคก อายุ 80 ปี พ่อจ้ำ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน และเป็นบุคคลที่ชาวบ้านยอมรับนับถือว่า สามารถติดต่อสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และภูตผีปิศาจได้ ได้จัดดอกไม้ ธูป เทียน แบบเรียบง่าย เพื่อประกอบพิธีขอขมา และอธิษฐานขอโชคลาภ

นายบุญน้อม กล่าวว่า ความเชื่อถือศรัทธาในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รุกขเทวดา ภูตผีปิศาจ อยู่คู่กับชาวไทยและสังคมไทยมาช้านาน การจะประกอบกิจการใด จึงจะเห็นว่ามีการทำพิธีบอกกล่าว เจ้าที่เจ้าทาง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและสถานที่ อย่างเช่นการขึ้นบ้านใหม่ หรือการจะลงมือทำนา ก็จะต้องมีการทำพิธีบอกกล่าวผีบ้านผีเรือน พระแม่ธรณี ผีตาแฮก ตามธรรมเนียม

ซึ่งวันนี้ เป็นโอกาสที่จะเริ่มต้นอาชีพเลี้ยงกุ้งอีกครั้ง ก็ได้นำพาลูกหลาน จัดดอกไม้ ธูป เทียน มาบวงสรวง อธิษฐานขอความเป็นสิริมงคลกับจอมปลวกปู่ราชสีห์ ซึ่งเป็นเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่หัวไร่ปลายนากลางบ่อกุ้ง เพื่อให้น้ำท่าบริบูรณ์ ไม่ประสบปัญหาภัยแล้ง การเลี้ยงกุ้งได้ผลดี ค้าขายมีกำไร ในโอกาสเดียวกันนี้ พร้อมกับมีการขอ

เลขเด็ดโชคลาภตามความเชื่ออีกด้วย

ทั้งนี้ ที่มาของชื่อจอมปลวกปู่ราชสีห์ดังกล่าว หากมองจากด้านข้าง จะปรากฏเป็นรูปร่างคล้ายหัวสิงโตหรือราชสีห์ ขณะที่บางคนให้ความเห็นว่า หากมองจากด้านหน้า จะมีรูปร่างเหมือนพระนาคปรกตาเดียว เพราะส่วนกลางของจอมปลวกจะมีร่องรอยเป็นรู จึงทำให้มองดูเหมือนดวงตา

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในละแวกนี้ ต่างมีความเชื่อศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าที่ ซึ่งอาณาเขตของโนนบ้านเก่าหรือชุมชนโบราณยุคพันปี และจอมปลวกราชสีห์ก็เป็นเจ้าที่ที่ดูแลรักษาบริเวณนี้ ชาวบ้านจึงได้ทำพิธีบวงสรวงขอขมา อธิษฐานขอโชคลาภและเลขเด็ดตามความเชื่อ ทั้งนี้ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเลขเด็ดที่ได้ มี 30 37 38 56 และ 86.

คนร้ายหลบอยู่ในห้างชั้น LG รมแก๊สตัวประกัน ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด 20 ราย

ความคืบหน้า จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ทหารของหน่วยกองพันกระสุนที่ 22 กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา ก่อเหตุกราดยิงทหาร ตำรวจและประชาชนกลางเมืองโคราช

(8 ก.พ.63) เวลา 23.00 น. ร่างผู้เสียชีวิตได้มีการขนย้ายร่างมาชันสูติที่ รพ. ทั้งหมดแล้วไม่มีติดค้างในที่เกิดเหตุ ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตยังคงตัวเลข 20 ราย โดยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 16 ราย และมาเสียชีวิตที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา 3 ราย และที่ รพ.กรุงเทพราชสีมาอีก 1 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บมีประมาณ 31 ราย โดยมีอาการหนัก 10 ราย ส่วนความพร้อมให้การดูแลรักษา รพ.มหาราชนครราชสีมา และ รพ. ใกล้เคียง เตรียมทีมแพทย์พยาบาลเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยมีหมอผ่าตัดอยู่ 18 คน , อายุรแพทย์ 12 คน , แพทย์ฉุกเฉิน 20 คน , พยาบาล 80 คน และมีพยาบาล คอยแสตนบายเพิ่มเติมอีก 240 คน

ส่วนโลหิตสำรองขณะนี้ ยังมีเพียงพออยู่ 1,706 ยูนิต ยังไม่มีการขอรับสนับสนุนจากพื้นที่อื่น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ คาดหวังว่าสถานการณ์จะนิ่ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเพิ่มเติม โดยทางกรมสุขภาพจิต กระทวงสาธารสุข ได้จัดทีมเยียวยาจิตใจผู้ประสบเหตุแล้ว ขณะที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา มีความพร้อมให้บริการผู้ป่วย เคลียร์เตียง เคลียร์ห้องไอซียูไว้รองรับสถานการณ์อย่างเต็มที่ ซึ่ง ทภ.2 ได้ส่งกำลังพลเข้าสนับสนุนช่วยเหลือ รพ.เรื่องการอำนวยความสะดวกปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มจิตอาสานำรถจักรยานยนต์หลายคันมารอรับผู้ประสบเหตุกลับบ้าน

ด้านกองปราบฯ ได้เข้าไปเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุบริเวณชั้น G ภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช แล้ว และทยอยนำประชาชนนับพันคน ออกมาจากห้างตามคำสั่งการของ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ลงพื้นที่มาบัญชาการเหตุด้วยตนเอง ทั้งนี้ ปมปัญหาที่เป็นสาเหตุทำให้คนร้ายออกการก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ เบื้องต้น น่าจะมาจากเรื่องการเบี้ยวค่านายหน้า 50,000 บาท จากการขายที่ดิน

ผู้สื่อข่าวในพื้นที่รายงานว่า ช่วงเวลา 22.05 น. ได้ยินเสียงปืนจำนวน 5 นัด ดังออกมาจากชั้น 3 ของศูนย์การค้าฯ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร และญาติของประชาชนที่ติดอยู่ภายใน ต่างก้มหลบวิถีกระสุน และวิ่งหนีตายกันอลหม่าน และหลังจากเสียงปืนสงบ คนร้านได้ลงไปอยู่ที่ชั้น LG แล้วเปิดแก๊สหุงต้ม ให้แก๊สกระจายรมตัวประกันเอาไว้ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ฯ เข้ามาบุกจับตัวได้ จนถึงขณะนี้ เวลา 00.49 น.แล้ว คนร้ายยังคงกบดานอยู่ที่ชั้น LG

ด้าน น.ส.ลภัสรดา อายุ 27 ปี พนักงานร้านดังกิ้นโดนัท ได้เล่าเหตุการณ์หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือออกมาจากศูนย์การค้า ว่า ขณะที่ตนเองอยู่ในช่วงพักเบรก เห็นคนวิ่งหนีตายมาทางร้าน บอกว่า มีคนร้ายกำลังไล่ยิง พร้อมกับได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ และมีลูกค้านับสิบคนที่นั่งกินอยู่ในร้านฯ ได้พากันวิ่งเข้าไปหลบอยู่ที่ร้านขายเสื้อผ้าพร้อมกับตน แล้วดึงประตูม้วนลงมาและปิดไฟ หลบซ่อนอยู่จนถึงเวลา 23.00 น. จึงมีเจ้าหน้าที่มาเคาะประตูเพื่อให้การช่วยเหลือ จึงได้ออกมาจากศูนย์การค้าฯ ได้อย่างปลอดภัย

ล่าสุด 02.00 น. เจ้าหน้าที่รู้พิกัดคนร้ายในชั้น LG แล้ว ล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แจ้งว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และจะมีการแถลงรายละเอียดต่อไป–

เปิดใจผู้คุมสาวเรือนจำราชบุรี หลังภาพอุ้มทารกใน ร.พ. ถูกแชร์สนั่นโลกออนไลน์

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‎Wirat Sawangarom‎ โพสต์ภาพและเรื่องราวน่าประทับใจลงในเฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิงรายหนึ่ง อยู่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศ แต่สวมใส่หน้ากากอนามัย และอุ้มเด็กทารกไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม

โดยผู้โพสต์ระบุว่าเป็นลูกของผู้ต้องขัง เด็กไม่สบายพามาหาหมอ เพราะแม่ของเขาออกมาไม่ได้ จนเป็นภาพประทับใจถูกแชร์ต่อออกไปเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังเรือนจำกลางราชบุรี และ เรือนจำพิเศษราชบุรี ตำบลน้ำพุ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เพื่อขอติดต่อสัมภาษณ์กับผู้คุมหญิงตามที่ปรากฏในภาพ ซึ่งได้รับการอนุญาตจาก นายยุทธนา นาคเรืองศรี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางราชบุรี และได้มีโอกาสสัมภาษณ์เรื่องราวกับผู้คุมหญิงคนดังกล่าว คือ นางสาวนันท์พนิตา ปรีดา หรือ มิ้น ตำแหน่ง เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวดังกล่าวว่า ผู้คุมหญิงในภาพคือตนเอง โดยเกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 5 ก.พ.63 ตนพร้อมด้วยผู้คุมทั้ง 5 คน และมีพยาบาลเรือนจำอีก 1 นาย ได้พานักโทษทั้งชายและหญิง รวมไปถึงเด็กทารกที่มีอาการเจ็บป่วย เพื่อเข้ารักษาตัวกับทางแพทย์ที่โรงพยาบาลราชบุรี ขณะขั้นตนได้รับผิดชอบให้ดูแลเด็กทารกวัย 1 เดือน ชื่อน้องแชมป์ เป็นเด็กผู้ชาย นั่งรอพบแพทย์เพื่อตรวจอาการและในช่วงครบวัย 1 เดือนหลักคลอด ส่วนผู้คมรายอื่นๆ ต้องพานักโทษไปตรวจตามห้องต่างๆ ส่วนพยาบาลเรือนจำไปทำเรื่องเอกสารการรักษา ประกอบกับน้องแชมป์มีการสำรอกนม ตนจึงได้นำผ้าคอยซับและเช็ดทำความสะอาด และป้อนนมตามปกติที่ปฏิบัติมาอยู่ทุกครั้ง และไม่ทราบว่าถูกถ่ายรูปไปลงโลกออนไลน์จนกลายเป็นข่าวดัง

ตอนแรกที่เห็นข่าวที่เพื่อนส่งมาให้ดู ก็ตกใจและไม่คิดว่าจะได้รับความสนใจขนาดนี้ ซึ่งตามปกติแล้วในเรือนจำจะมีเด็กติดมารดา 9 ราย รวมถึงน้องแชมป์ด้วย และเด็กที่อยู่ในท้องมารดาอีก 1 ราย ตามปกติภาพที่เห็นจะเป็นเรื่องปกติของผู้คุมทั่วประเทศ และเป็นความเคยชินที่ผู้คุมจะปฏิบัติกันมา เพราะทุกวันจะต้องนำนักโทษ รวมไปถึงเด็กๆ เด็กทารก ออกมาพบแพทย์ตามนัด ไม่ใช่เฉพาะเหตุบังเอิญที่มีคนแอบบันทึกภาพของตนและนำไปเสนอจนเป็นข่าวดัง ซึ่งภาพที่ออกมาตนเองเห็นก็ยังรู้สึกว่าเป็นภาพที่น่ารัก รู้สึกอบอุ่น และก็รู้สึกตกใจมากเพราะมีหลายเพจดังที่แชร์เรื่องราวของตนออกไป มีคนรู้จักทักมาถามกันจำนวนมาก ทั้งเข้ามาแสดงความชื่นชม และรอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น และไม่คิดว่าสังคมจะสนใจการทำงานของผู้คุมในอีกมุมหนึ่ง