ประธานกองสลากเดินหน้า ไม่เลิกหวยนักษัตร

ติดตามเราได้ที่นี้

 

ประธานบอร์ดสลากฯ ปิดร้านกาแฟแถลงด่วน แจกแจงการทำสลาก 12 นักษัตร ชี้เป็นแนวทางแก้ขายสลากเกินราคา- พนันออนไลน์ อ้างยังเป็นแนวคิด และเดินหน้าศึกษาต่อ ยันไม่กระทบโครงสร้างตลาดเดิม และยังไม่ระบุจะออกได้ช่วงไหน พร้อมปฏิเสธรัฐไม่ได้ถังแตก แต่สำนักงานสลากฯต้องเปลี่ยนตัวเองรับเทคโนโลยีดิสรัปชัน เหตุอาจกินรวบได้ไม่เกิน 10 ปี

 

ที่ร้านกาแฟแบล็คแคนยอน กรมธนารักษ์ กทม. เมื่อวันที่ 4 ส.ค. นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือบอร์ดสลากฯ และ พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับแนวคิดการออกสลาก 12 นักษัตร ที่กำลังถูกสังคมต่อต้านอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ โดยชี้แจงถึงจุดประสงค์ที่ออกสลากรูปภาพ 12 นักษัตร ว่า เนื่องจากปัจจุบันยังมีปัญหาสลากเกินราคา พนันออนไลน์ ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่เรื้อรัง บอร์ดสลากฯจึงตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยมีแนวคิดจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อไม่ให้กระทบโครงสร้างสลากแบบเดิม ที่มีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ค้าสลากรายย่อย และสมาคมผู้พิการ

 

“ยืนยันว่าการออกสลาก 12 นักษัตร ทั้งหมดคือแนวคิด และยังมีการเดินหน้าศึกษาต่อไป โดยขั้นตอนต่อไป คือการรอคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความข้อกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2562 (ฉบับที่) 2 อีกครั้ง ในเรื่องของเงินรางวัล รวมทั้งวิธีการเล่น แต่ยืนยันว่าสลากรูปแบบใหม่จะไม่กระทบโครงสร้างตลาดเดิมแน่นอน และทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา ยังบอกไม่ได้ว่าจะออกปีนี้ หรือปีหน้า ส่วนการออกข่าวถึงแนวทางสลากแบบใหม่ไปก่อน อาจทำให้เกิดความสับสนในสาธารณชน ต้องขอโทษในส่วนนี้ด้วย” นายพชรกล่าว และยืนยันด้วยว่า การที่รัฐบาลออกสลาก 12 นักษัตรนั้นไม่เกี่ยวกับว่ารัฐบาลถังแตก เพราะแม้สำนักงานสลากฯจะนำส่งรายได้เข้ารัฐบาลเป็นอันดับ 1 ของรัฐวิสาหกิจ ประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาทต่อปี แต่เป็นตัวเลขที่น้อยถ้าเทียบงบประมาณประจำปีของรัฐบาล ซึ่งกำหนดไว้ 3 ล้านล้านบาท

 

นายพชรกล่าวอีกว่า เรื่องสลาก 12 นักษัตรนี้ เป็นการศึกษาภายในของบอร์ดสลากฯและสำนักงานสลากฯ ดังนั้น จึงยังไม่ได้นำเสนอไปยังกระทรวงการคลังและรัฐบาลอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ตนได้รายงานเรื่องนี้ให้ปลัดกระทรวงการคลังรับทราบแล้วในเบื้องต้น ซึ่งท่านเห็นว่าเป็นการดำเนินงานตามกรอบกฎหมายของบอร์ดสลากฯอยู่แล้ว แต่ได้กำชับให้พิจารณาในประเด็นผลกระทบทางสังคมให้รอบคอบ ส่วนขณะที่ข้อเสนอแนะจากนักวิชาการบางคน ที่เสนอให้บอร์ดสลากฯ นำสลากแบบเดิมมา ออกในรูปแบบออนไลน์แทนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นั้น ส่วนตัวมองว่าการออกเป็นสลากออนไลน์อาจส่งผลกระทบในวงกว้างมากกว่า โดยเฉพาะผลกระทบ ต่อกลุ่มผู้ค้ารายย่อยและกลุ่มคนพิการ ส่วนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ยังถือเป็นการลองผิดลองถูกและทดลองตลาดไปในตัว

 

ส่วนประเด็นที่สำนักงานสลากฯไม่ต้องการนำระบบเดิมมาขายผ่านออนไลน์ เพราะจะกระทบกับ 5 เสือกองสลากนั้น นายพชรกล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่า 5 เสือเป็นเพียงสิ่งบอกเล่าเท่านั้น ไม่เคยเห็น ตัวตน แต่ยอมรับว่าปัญหาสลากเกินราคาเป็นเรื่องแสลงใจ เราไม่อยากเห็นการจับกุมคนพิการ ผู้ค้ารายย่อยที่เป็นคนหาเช้ากินค่ำเกิดขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าสลากเป็นใบมีการเปลี่ยนมือหลายทอด ซึ่งเป็นจุดอ่อนให้ขายเกินราคาได้ แต่เชื่อว่าท้ายที่สุด เมื่อเทคโนโลยีเข้ามา สลากใบจะหายไปจากระบบ และอีกไม่นานจะเปลี่ยนเป็นออนไลน์ทั้งหมด แต่ก็ยังยืนยันว่ายังไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาว่าจะออกหวย 12 นักษัตรเมื่อใด เพราะต้องการทำให้เกิดความรอบคอบให้มากที่สุด โดยระหว่างการพิจารณาในประเด็นผลกระทบทางสังคม การแสดงความคิดเห็นสาธารณะ บอร์ดสลากฯจะรับข้อเสนอไว้ทั้งหมด

 

ทั้งนี้ ประธานบอร์ดสลากฯได้ตอบข้อซักถามถึงกรณีหากมีการออกสลาก 12 นักษัตรแล้ว จะนำไปสู่สลากรูปแบบอื่นๆตามมาหรือไม่ว่า ทุกวันนี้หากเปิดดูมือถือก็จะพบการพนันออนไลน์รูปแบบใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย มีทุกรูปแบบ ทั้งที่เป็นรูปแบบสลาก และอื่นๆ แถมหวยใต้ดินก็มีขายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียกันแล้วในปัจจุบัน ถึงสำนักงานสลากฯไม่ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ประชาชนก็มีทางเลือกในการเล่นที่หลากหลายอยู่แล้ว และการที่เทคโนโลยีดิสรัปชัน (disruption) หรือการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและรุนแรง ยังทำให้สำนักงานสลากฯต้องปรับตัว เนื่องจากจะไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้อีกต่อไป เพราะตอนนี้ สลากออนไลน์จากประเทศเพื่อนบ้านกำลังเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งผู้เล่นหวยในประเทศไทย รวมทั้งสำนักงานสลากฯคงไม่สามารถพิมพ์สลากใบไปได้ถึง 10-20 ปี จึงต้องมีการปรับตัว หรือการออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสู้กับตลาดออนไลน์ต่างประเทศ

 

“ปัจจุบันสำนักงานสลากจะไม่ทำอะไรเลยก็ได้เพราะมีความสุข เพราะสลากฯเป็นสินค้าผูกขาด แต่การก้าวเข้ามาของเทคโนโลยีทำให้สำนักงานสลากฯต้องปรับตัว รวมทั้งบอร์ดสลากฯและสำนักงานสลากฯที่ทำงานร่วมกันมายาวนานกว่า 3 ปี ยังมีความคิดเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่า หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป อีก 5-10 ปีข้างหน้า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี จะเข้ามาทำลายธุรกิจผูกขาดของสำนักงานสลากฯ จนทำให้การขายสลากแบบเดิมไม่ได้อีก” ประธานบอร์ดสลากฯกล่าว

 

 

Cr.ข่าวไทยรัฐ