เปิดใจผู้คุมสาวเรือนจำราชบุรี หลังภาพอุ้มทารกใน ร.พ. ถูกแชร์สนั่นโลกออนไลน์

ติดตามเราได้ที่นี้

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‎Wirat Sawangarom‎ โพสต์ภาพและเรื่องราวน่าประทับใจลงในเฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิงรายหนึ่ง อยู่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศ แต่สวมใส่หน้ากากอนามัย และอุ้มเด็กทารกไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม

โดยผู้โพสต์ระบุว่าเป็นลูกของผู้ต้องขัง เด็กไม่สบายพามาหาหมอ เพราะแม่ของเขาออกมาไม่ได้ จนเป็นภาพประทับใจถูกแชร์ต่อออกไปเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังเรือนจำกลางราชบุรี และ เรือนจำพิเศษราชบุรี ตำบลน้ำพุ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เพื่อขอติดต่อสัมภาษณ์กับผู้คุมหญิงตามที่ปรากฏในภาพ ซึ่งได้รับการอนุญาตจาก นายยุทธนา นาคเรืองศรี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางราชบุรี และได้มีโอกาสสัมภาษณ์เรื่องราวกับผู้คุมหญิงคนดังกล่าว คือ นางสาวนันท์พนิตา ปรีดา หรือ มิ้น ตำแหน่ง เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวดังกล่าวว่า ผู้คุมหญิงในภาพคือตนเอง โดยเกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 5 ก.พ.63 ตนพร้อมด้วยผู้คุมทั้ง 5 คน และมีพยาบาลเรือนจำอีก 1 นาย ได้พานักโทษทั้งชายและหญิง รวมไปถึงเด็กทารกที่มีอาการเจ็บป่วย เพื่อเข้ารักษาตัวกับทางแพทย์ที่โรงพยาบาลราชบุรี ขณะขั้นตนได้รับผิดชอบให้ดูแลเด็กทารกวัย 1 เดือน ชื่อน้องแชมป์ เป็นเด็กผู้ชาย นั่งรอพบแพทย์เพื่อตรวจอาการและในช่วงครบวัย 1 เดือนหลักคลอด ส่วนผู้คมรายอื่นๆ ต้องพานักโทษไปตรวจตามห้องต่างๆ ส่วนพยาบาลเรือนจำไปทำเรื่องเอกสารการรักษา ประกอบกับน้องแชมป์มีการสำรอกนม ตนจึงได้นำผ้าคอยซับและเช็ดทำความสะอาด และป้อนนมตามปกติที่ปฏิบัติมาอยู่ทุกครั้ง และไม่ทราบว่าถูกถ่ายรูปไปลงโลกออนไลน์จนกลายเป็นข่าวดัง

ตอนแรกที่เห็นข่าวที่เพื่อนส่งมาให้ดู ก็ตกใจและไม่คิดว่าจะได้รับความสนใจขนาดนี้ ซึ่งตามปกติแล้วในเรือนจำจะมีเด็กติดมารดา 9 ราย รวมถึงน้องแชมป์ด้วย และเด็กที่อยู่ในท้องมารดาอีก 1 ราย ตามปกติภาพที่เห็นจะเป็นเรื่องปกติของผู้คุมทั่วประเทศ และเป็นความเคยชินที่ผู้คุมจะปฏิบัติกันมา เพราะทุกวันจะต้องนำนักโทษ รวมไปถึงเด็กๆ เด็กทารก ออกมาพบแพทย์ตามนัด ไม่ใช่เฉพาะเหตุบังเอิญที่มีคนแอบบันทึกภาพของตนและนำไปเสนอจนเป็นข่าวดัง ซึ่งภาพที่ออกมาตนเองเห็นก็ยังรู้สึกว่าเป็นภาพที่น่ารัก รู้สึกอบอุ่น และก็รู้สึกตกใจมากเพราะมีหลายเพจดังที่แชร์เรื่องราวของตนออกไป มีคนรู้จักทักมาถามกันจำนวนมาก ทั้งเข้ามาแสดงความชื่นชม และรอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น และไม่คิดว่าสังคมจะสนใจการทำงานของผู้คุมในอีกมุมหนึ่ง